the จรจัด (2005)
posted on 24 Sep 2009 20:25 by twainsundae in padนักวิทยาศาสตร์จรจัด กำลังช่วยเหลือหุ่นยนต์จรจัด
-ความต้องการของหุ่นยนต์จรจัด
1.โอกาสมองเห็นตัวเลขบอกสายด้านหน้ารถเมล์ เพราะสายตาของหุ่นยนต์จรจัดพร่าเลือน
2.นั่งรถเมล์สาย 3 เพื่อไปรับรางวัลจากตั๋วชิงโชค เป็นหม้อแปลงพลังแสงอาทิตย์ ขนาดกลาง
-เหตุผลของหุ่นยนต์จรจัด
1.เมื่อสายตาดีขึ้น จะสามารถมองเห็น และแยกออกระหว่าง เลข 8 กับเลข 3 บนป้ายหน้ารถเมล์ จึงจะสามารถขึ้นรถเมล์ได้ทัน
เพราะรถเมล์ไม่เคยรีรอคนหรือหุ่นยนต์ที่ไม่มั่นใจว่าเลขบนป้ายหน้ารถ เป็นเลข 3 หรือ 8 ซึ่งหุ่นยนต์จรจัดไม่เคยแยกแยะภาพต่าง ระหว่าง 3 กับ 8 ได้ภายในเวลาที่คนขับรถเมล์กำหนดเลย
2.ถ้าได้หม้อแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกลางมาติดตั้งเข้ากับตัว หุ่นยนต์จรจัดก็จะมีพลังงานมากพอที่จะไปส่ง ลูกแมวจรจัดที่ชนบทท้องไร่ เพื่อให้ลูกแมวจรจัดได้เติบโต และก่อร่างสร้างครอบครัวที่นั่น ที่ชนบทท้องไร่ น่าจะมีแมวตัวเมีย ที่พร้อมทั้งกายและใจ และเปิดโอกาสสำหรับลูกแมวจรจัด ในการคบหา เมื่อถึงวัยอันควร หากมีการตกลงปลงใจ ก็จะยังผลให้เกิดครอบครัวแมวบ้านนอกที่อบอุ่น เสรี
3.ปอดเทียมของลูกแมวจรจัดที่นักวิยาศาสตร์จรจัดประดิษฐ์ให้ ไม่สามารถต้านทาน ฝุ่น ควัน และตะกอนอากาศหนักๆ ที่ลอยอยู่ทั่วมหานครนี้ นานพอสำหรับอายุขัย ตามธรรมชาติของแมวได้
4.ลูกแมวจรจัดคือเพื่อนของหุ่นยนต์จรจัด สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ขนาดเท่าลูกแมว ซึ่งหมายถึงลูกแมวจรจัดตัวนี้ คือสิ่งที่ทำให้หุ่นยนต์จรจัดรู้ และตัดสินใจที่จะอยู่เพื่อสิ่งใด
-หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ในบ่ายวันนั้น
นักเรียนนอกคนหนึ่ง เขาคือนักเรียนนอกหรือผู้ซึ่งได้รับเลือกแล้วด้วยฐานะทางการเงิน และความพร้อมด้านอื่นๆ ถึงแม้เขาไม่ฉลาดมาก แต่เขาก็ไม่ได้โง่ ถึงขนาดหลายคนในยุคสมัยที่ผ่านมา เลือกที่จะใช้ "นอก" เป็นโรงงานชุบภาพลักษณ์ แต่นักเรียนนอกคนนี้มีกึ๋นพอ และมากกว่าคนเหล่านั้นด้วย เพราะอย่างน้อย เขาก็ไม่เคยให้คนที่ไม่เคยไปนอกเลย สอนแนะวิธีการทำงาน หรือเรื่องอื่นๆที่มาจากความรู้ของนอกแก่เขา ให้รู้สึกขายหน้าแต่อย่างใด อย่างไรก็ดีเขาก็กลับมาจากนอกพร้อมพกด้วย 1 สมการที่แก้ไม่ตก ล่วงมาจนวันนี้ และนั่งขบคิด ขีดเขียนลงบนแผ่นกระดาษ จนแทบไม่เหลือที่ว่างให้เส้นปากกาได้เขียนลงไปอีกแล้ว กาแฟดำถ้วยที่ตั้งอยู่ตรงหน้า น่าจะคืนความร้อนสู่ธรรมชาติไปหมดแล้ว พร้อมกับที่ธรรมชาติคืนความเย็นแก่มัน แลกกัน มีหญิงจรจัด ที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นนักวิทยาศาสตร์จรจัด ยืนแนบชิดบานกระจกของร้านกาแฟอยู่เบื้องนอก เธอแอบจ้องดูกระดาษแผ่นนั้นนานแล้ว และกำลังแสดงท่าทีชี้แนะนักเรียนนอกด้วยภาษาใบ้ ชายหนุ่มบริกรกดวางโทรศัพท์มือถือ ด้วยท่าทีอาวรณ์ นึกเสียดายในคุณค่าและโอกาสที่โปรโมชั่นจากผู้ขายสัญญาณโทรศัพท์ยื่นให้ เขายังอยากคุยกับเพื่อนสาวต่อ แว่นสวรรค์ส่องไปที่ความคิด และแปลจากระบบสารเคมีในร่างกาย สรุปได้ว่า เขาคิดว่าถ้าคุยต่ออีกหน่อย เพื่อนสาวอาจตกลงปลงใจ และได้มีเพศสัมพันธ์ เขาอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ย่อมควรจะบรรลุให้ถึงซึ่งวัตถุประสงค์แห่งธรรมชาติข้อนั้น ในเมื่อทางผู้ขายสัญญาณโทรศัพท์มือถือยังเล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ แต่สิ่งที่คัดค้านและเป็นก้างชิ้นใหญ่ ในสถานการณ์นี้ คือหญิงจรจัดเบื้องนอกกระจกคนเดียวนี้ ช่างสมควรอย่างยิ่ง ที่เธอจะถูกกันกั้นไว้ให้อยู่แต่เพียงโลกโสมมข้างนอกนั้น แอร์เย็น เพลงไพเราะ และอากาศบริสุทธิ์ ควรจะเหมาะแก่ผู้ที่สังคมได้เลือกแล้ว ให้มานั่งอยู่ภายในร้านหรูนี้ได้ แต่อย่างไรก็ดีสิ่งที่กั้นไว้ก็เป็นเพียงกระจกใส ถึงกระจกจะหนาเพียงใด ก็ยังไม่สามารถปิดกั้นภาพน่ารำคาญแก่สายตานั้นได้
บริกรหนุ่มจึงเดินไปยืนอยู่ใกล้ๆกระจก และคนจรจัดคนนั้น เพื่อกดดันคนจรจัด เผื่อว่าคนจรจัดคนนั้น ก่อนที่เธอจะกลายเป็นคนที่สังคมแต่งคำอันเหมาะสมด้วยความหมายให้แล้ว ว่าเป็นคนจรจัด เธออาจเคยรู้เรื่องกฎเกณฑ์ทางสังคมทั่วๆไปที่จำเป็น หรือสิ่งที่เป็นมารยาทอยู่บ้าง
นั่นคือกรณีที่นับว่าเป็นโชคดีของสังคมจริงๆ ที่จะมีคนจรจัดที่รู้จักมารยาท ทว่ากับคนจรจัดคนนี้ไม่เป็นอย่างที่หวังไว้ในแง่ดีเลย หญิงจรจัดยังทำทีท่าก่อกวนสมาธิของ ลูกค้าร้านกาแฟอยู่ไม่ลดรา ลูกค้าหรือนักเรียนนอกสังเกตเห็นสงครามประสาทที่กำลังก่อตัวอยู่นั้น แต่เขากลับแสดงปฏิกิริยาตอบรับ เหมือนเข้าใจภาษาใบ้จากเบื้องนอกกระจก จึงลุกขึ้นจากที่นั่งและเดิน ออกไปผจญมลพิษภายนอก และเผชิญหน้ากับคนจรจัดอย่างใกล้ชิด เขายื่น ปากกาและกระดาษให้คนจรจัด และแล้วทุกอย่างก็ยุติลง โจทก์ปัญหาอุปสรรคที่เขาพยายามทุ่มเทแก้นั้น ถูกทำลายลงด้วยภูมิปัญญาจรจัด นักวิทยาศาสตร์จรจัดได้รับทรัพย์สินจำนวนหนึ่งจากนักเรียนนอก เธอเดินกลับที่พักอย่างปกติ เพิงเล็กๆ ที่มีฉากหลังอันสวยงามเป็นภูเขาขยะอิเล็กทรอนิกส์ คือที่พักของเธอ
-นักวิทยาศาสตร์จรจัด กำลังช่วยเหลือ 1 ชีวิต
แผงอิเล็กทรอนิกส์ที่เปลี่ยนดัดแปลง ใส่ให้ใหม่ ทำให้แขนของหุ่นยนต์จรจัดกลับมามีชีวิต
-วันต่อมา หุ่นยนต์จรจัด เริ่มเดินได้
-วันที่3 การเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์จรจัด เริ่มสะดวกคล่องแคล่ว สามารถใช้เท้าเดาะแบตเตอรี่มือถือจากกองขยะเล่นได้
-วันที่ 4 พบปัญหาเรื่องการมองเห็นของหุ่นยนต์จรจัด
-ในสถานการณ์เกี่ยวกับหุ่นยนต์จรจัด ทำให้นักวิทยาศาสตร์จรจัดนึกถึงประโยคหนึ่ง เป็นประโยคที่ชื่นชอบในหนังที่เคยดู ที่ตัวแสดงพูดว่า "พระเจ้าต้องการให้ฉันเห็นอะไรเบลอๆ" เธอเกิดหนึ่งความคิดต่อยอดหลังนึกถึงประโยคนั้น เธอคิดว่า มนุษย์เป็นคนสร้างหุ่นยนต์ ก่อนที่หุ่นยนต์ตัวนี้จะกลายเป็นหุ่นยนต์จรจัด ไม่ว่าคนที่สร้างมันขึ้นมา จะจงใจให้มันสายตาไม่ดีก็ตาม ในเมื่อคนที่เอาหุ่นยนต์ตัวนี้มาปล่อยทิ้ง ไม่ได้ทิ้งแว่นตาที่ผลิตมาคู่กับหุ่นเอาไว้ด้วย เธอจึงอยากช่วยเหลือในอนาคตอันใกล้ เหตุผลหนึ่งเพราะ เธอได้อ่านข้อมูลในหน่วยความจำของหุ่นยนต์จรจัด ล้วนแต่เป็น ข้อมูลคำถามอย่างอยากรู้อยากเห็น ต่อสิ่งที่เป็นความงามของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ หรือเจ้าของเก่าคิดว่า โลกนี้ไม่เหลือสิ่งที่สวยงามแล้วหุ่นอย่างแก ไม่จำเป็นต้องมีแว่นไว้ใช้หรอก หรือจริงๆแล้วเจ้าของเก่าแค่ไม่ต้องการให้หุ่นยนต์จำทางกลับบ้านได้!
-วันที่ 5 หุ่นยนต์จรจัดหิ้วลูกแมวตัวเล็ก โดยใช้นิ้วจับเบาๆแค่พอกระชับตรงผิวหนังช่วงคอ เลียนแบบภาพแม่ของแมวเวลามันคาบลูก แล้วจึงค่อยๆประคองวางลง
นักวิทยาศาสตร์จรจัดเห็น และสังเกตได้ว่าลูกแมวกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการหายใจ มันอาจกำลังจะเสียชีวิตในไม่กี่ชั่วโมง
-นักวิยาศาสตร์จรจัดตัดสินใจช่วยลูกแมว โดยยึดความคิดคล้ายเดิมตอนช่วยหุ่นยนต์จรจัด
-การช่วยเหลือผ่านไปด้วยดี ท่ามกลางความรู้สึกโล่งอกของทั้งนักวิยาศาสตร์จรจัดและหุ่นยนต์จรจัด
-หุ่นยนต์จรจัดจัดยื่นนิ้วไปใกล้และแตะจมูกเล็กๆของลูกแมวเบาๆ ลูกแมวเลียตรงปลายนิ้วนั้น นักวิทยาศาสตร์จรจัดอธิบายว่าลิ้นมันสาก หุ่นยนต์จรจัดมีอาการตื่นเต้นแม้ไม่รู้สึกได้ด้วยตัวเอง
-นักวิทยาศาสตร์จรจัดเรียกลูกแมวว่า ลูกแมวจรจัด และแนะนำว่า หุ่นยนต์จรจัดกับลูกแมวจรจัดน่าจะเป็นเพื่อนกันได้....
-วันสุดสัปดาห์ หุ่นยนต์จรจัด เก็บตั๋วรางวัลจากกล่องสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างบังเอิญ รางวัลเป็นหม้อแปลงพลังแสงอาทิตย์
-หุ่นยนต์จรจัดใช้ความคิดไตร่ตรอง ในที่สุดจึงตัดสินใจนำเรื่องที่ตนเองคิดได้นี้ไปปรึกษานักวิทยาศาสตร์จรจัด เพื่อขอความช่วยเหลือ
..จบ